ระเบียบมหาเถรสมาคม
ระเบียบมหาเถรสมาคม
กำหนดวิธีปฏิบัติในการ ไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร
พ.ศ. 2537
----------------------------
บันทึกหลักการและเหตุผล
ประกอบระเบียบมหาเถรสมาคม
กำหนดวิธีปฏิบัติในการไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร พ.ศ. 2537
หลักการ
ยกเลิกระเบียบมหาเถรสมาคม กำหนดวิธีปฏิบัติในการไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร พ.ศ. 2507 เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535
เหตุผล
เนื่องจากได้มีการยกเลิกมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ซึ่งให้อำนาจมหาเถรสมาคม ตรากฏมหาเถรสมาคมออกข้อบังคับ วางระเบียบ หรือออกคำสั่งมหาเถรสมาคม และมีบทบัญญัติกำหนดอำนาจหน้าที่ของมหาเถรสมาคมดังกล่าวใหม่ ตามมาตรา 15 ตรี แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 จึงเป็นการสมควรที่จะวางระเบียบมหาเถรสมาคม กำหนดวิธีปฏิบัติในการไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสมาเณร
ระเบียบมหาเถรสมาคม
กำหนดวิธีปฏิบัติในการ ไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร
พ.ศ. 2537
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 ตรี แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 มหาเถรสมาคมวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบมหาเถรสมาคมนี้เรียกว่า “ระเบียบมหาเถรสมาคม กำหนดวิธีปฏิบัติในการไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร พ.ศ. 2537”
ข้อ 2 ระเบียบมหาเถรสมาคมนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในแถลงการณ์คณะสงฆ์เป็นต้นไป
ข้อ 3 ตั้งแต่วันใช้ระเบียบมหาเถรสมาคมนี้ ให้ยกเลิกระเบียบมหาเถรสมาคม กำหนดวิธีปฏิบัติในการไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร พ.ศ. 2507
หมวด 1
บททั่วไป
ข้อ 4 การเดินทางไปต่างประเทศของพระภิกษุสามเณรแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
-
ไปราชการหรือกิจของคณะสงฆ์
-
ไปเป็นส่วนบุคคล
ข้อ 5 การเดินทางไปต่างประเทศ ในประเภท 1 เป็นอำนาจหน้าที่ของมหาเถรสมาคม
ข้อ 6 การเดินทางไปต่างประเทศ ในประเภท 2 ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดที่วางไว้ในระเบียบมหาเถรสมาคมนี้
หมวด 2
คุณสมบัติของพระภิกษุสามเณรผู้เดินทางไปต่างประเทศ
ข้อ 7 พระภิกษุ ผู้จะเดินทางไปต่างประเทศ ต้องประกอบด้วยคุณสมบัติทั่วไป ดังนี้
-
มีพรรษาพ้น 5 เว้นแต่กรณีที่ระบุไว้ในข้อ 8
-
มีความรู้พระธรรมวินัยพอรักษาตัวได้
-
เป็นปกตัตตะ และมีความประพฤติเรียบร้อยดีงาม
ข้อ 8 พระภิกษุผู้มีพรรษาต่ำกว่า 5 หรือสามเณรต้องมีพระภิกษุผู้มีคุณสมบัติตามข้อ 7 เป็นผู้กำกับ หรือเจ้าอาวาส เจ้าคณะในต่างประเทศขอไปเพื่อการพระศาสนาหรือการคณะสงฆ์ในสำนักหรือในเขต ปกครองของตน จึงจะมีสิทธิได้รับการพิจารณา ในการไปต่างประเทศ ตามระเบียบมหาเถรสมาคมนี้
หมวด 3
กรณียะในการไปต่างประเทศ
ข้อ 9 ในกรณียะที่ยกเป็นเหตุในการขอเดินทางไปต่างประเทศได้ มีกำหนดดังนี้
-
ไปสอนพระปริยัติธรรม หรือสอนพระพุทธศาสนาในถิ่นอันสมควร
-
ไปศึกษาวิชาอันไม่ขัดต่อพระธรรมวินัยและสมควรแก่สมณวิสัย
-
ไปนมัสการปูชนียวัตถุ และหรือปูชนียสถานเป็นหมู่คณะ ตามที่คณะกรรมการ ศ.ต.ภ. เห็นสมควร
-
ไปบำเพ็ญกุศลเนื่องด้วยถวายผ้ากฐินตามเทศกาล หรือผ้าป่า
-
ไปเยี่ยมพระอุปัชฌาย์ อาจารย์ หรือญาติชั้นบุรพการี หรือญาติอื่นใด ตามที่คณะกรรมการ ศ.ต.ภ. เห็นสมควร หรือ
-
ไปกิจนิมนต์ตามที่คณะกรรมการ ศ.ต.ภ. เห็นสมควร
ข้อ 10 พระภิกษุผู้ได้รับอาราธนาไปเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมหรือสอนพระพุทธศาสนาจาก เจ้าอาวาส เจ้าคณะ องค์การสมาคม หรือสถาบันอื่นใดในต่างประเทศ ให้เป็นหน้าที่ของผู้ได้รับอาราธนาแจ้งรายละเอียดพร้อมด้วยหลักฐานการอารธนา สถานที่จะทำการ กิจที่จะทำ วิธีที่จะทำ วิธีดำเนินการ การอุปถัมภ์ในการเดินทาง และการเป็นอยู่ ที่พักอาศัย
ถ้าหลักฐานต่างๆ เป็นภาษาต่างประเทศ ให้แปลเป็นภาษาไทย โดยผู้แปลและผู้ไปนั้นลงนามรับรองคำแปลด้วย
ข้อ 11 พระภิกษุประสงค์จะเดินทางไปศึกษาวิชาอันไม่ขัดต่อพระธรรมวินัย และสมควรแก่สมณวิสัย ต้องประกอบด้วยคุณสมบัติเฉพาะอีกส่วนหนึ่ง ดังนี้
-
เป็นเปรียญ
-
มีพื้นความรู้สามัญศึกษา ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า
-
มีสุขภาพอนามัยดี ซึ่งนายแพทย์แผนปัจจุบันชั้น 1 ตรวจและรับรองเป็นหลักฐานว่าสามารถไปศึกษาได้
-
มีสติปัญญาและฉันทะ วิริยะ ขันติปานกลาง เป็นอย่างต่ำ ในกรณีนี้ให้ผู้ขออนุญาตแสดงหลักฐานและคะแนนวิชาครั้งสุดท้ายที่ตนสอบไล่ได้
ข้อ 12 พระภิกษุผู้ขออนุญาตเพื่อไปศึกษาในต่างประเทศต้องแจ้งรายละเอียดพร้อมด้วย หลักฐานเกี่ยวกับสถานศึกษา การรับเข้าศึกษา รายวิชาที่ศึกษา สถานที่พักเพื่อการศึกษา ค่าใช้จ่ายในการศึกษาแต่ละปี และผู้อุปถัมภ์ในการเดินทาง ตลอดถึงการอุปถัมภ์ในการศึกษาจนกว่าจะจบหลักสูตร
ถ้าหลักฐานต่างๆ เป็นภาษาต่างประเทศ ให้แปลเป็นภาษาไทย โดยผู้แปลและผู้ไปนั้นลงนามรับรองคำแปลด้วย
หมวด 4
วิธีการขออนุญาตไปต่างประเทศ
ข้อ 13 พระภิกษุสามเณรผู้ประสงค์จะเดินทางไปต่างประเทศตามข้อ 6 ให้ยื่นหนังสือขออนุญาตตามแบบขงคณะกรรมการ ศ.ต.ภ. ต่อผู้บังคับบัญชาตามชั้น ดังนี้
-
รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส พระภิกษุสามเณรในวัดยื่นต่อเจ้าอาวาส
-
รองเจ้าคณะตำบล เจ้าอาวาส นอกจากพระอารามหลวงยื่นต่อเจ้าคณะตำบล
-
รองเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล ยื่นต่อเจ้าคณะอำเภอ
-
รองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าอาวาสพระอารามหลวง รองหรือผู้ช่วยเจ้าอาวาสของเจ้าอาวาส ยื่นต่อเจ้าคณะจังหวัด
-
รองเจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด ยื่นต่อเจ้าคณะภาค
-
เจ้าคณะภาค ยื่นต่อเจ้าคณะใหญ่
-
กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่ ยื่นต่อประธานกรรมการมหาเถรสมาคม
ข้อ 14 ให้ผู้มีหน้าที่รับหนังสือขออนุญาตชั้นต้น ตามความในข้อ 13(1) (2) (3) (4) (5) ชี้แจงบแสดงความเห็นในเรื่องถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ในเรื่องสมควร ไม่สมควร ในกรณีจะอนุญาต แล้วเสนอตามลำดับ จนถึงเจ้าคณะภาค
เมื่อเจ้าคณะภาคพิจารณาเห็นว่าถูกต้องตามระเบียบสมควรอนุญาต ให้เสนอไปยังคณะกรรมการ ศ.ต.ภ. ถ้าคณะกรรมการ ศ.ต.ภ. เห็นชอบตามความเห็นของเจ้าคณะภาค ให้แจ้งไปยังกรมการศาสนาเพื่อดำเนินการต่อไป
ถ้าเจ้าคณะภาค หรือคณะกรรมการ ศ.ต.ภ. เห็นไม่สมควรอนุญาต ให้แจ้งแก่เจ้าคณะจังหวัดหรือเจ้าคณะภาคแล้วแต่กรณี ทราบถึงการไม่อนุญาต การสั่งไม่อนุญาตนั้นๆ ให้เป็นอันสิ้นสุด
ข้อ 15 ผู้มีหน้าที่รับหนังสือขออนุญาต ตามความในข้อ 13 (6) (7) มีอำนาจพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติก็ได้ และแจ้งการอนุมัติพร้อมด้วยเรื่องที่ขออนุญาตไปยังคณะกรรมการ ศ.ต.ภ
ข้อ 16 ในกรณีพระภิกษุสามเณรซึ่งสังกัดในจังหวัดชายแดน ขออนุญาตเดินทางไปต่างประเทศที่มีเขตติดต่อกับจังหวัดที่ตนสังกัดนั้น ตามความในข้อ 4 เป็นการชั่วครั้งคราว ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อเจ้าอาวาสที่ตนสังกัด เมื่อเจ้าอาวาสเห็นสมควรอนุญาต ให้เสนอต่อเจ้าคณะผู้มีหน้าที่ติดต่อกับทางราชการในเรื่องอนุญาตการเดินทาง ไปต่างประเทศในจังหวัดนั้นเพื่อพิจารณาอนุมัติและติดต่อกับทางราชการผู้ออก หนังสือเดินทางผ่านแดนชั่วครั้งคราวตามระเบียบของทางราชการ
ถ้าผู้ขออนุญาตเป็นเจ้าอาวาสหรือเจ้าคณะ ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อเจ้าคณะผู้มีหน้าที่ติดต่อกับทางราชการดังกล่าวแล้วใน วรรคแรก
การพิจารณาอนุมัติของเจ้าคณะตามความในสองวรรคแรกให้ดำเนินการตามข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 9 โดยอนุโลม
เมื่อผู้เดินทางได้รับอนุญาตจากทางราชการแล้ว ให้เจ้าคณะผู้อนุมัติรายงานไปยังคณะกรรมการ ศ.ต.ภ. ทราบ
ข้อ 17 การได้รับอนุญาติให้เดินทางไปต่างประเทศ ตามระเบียบมหาเถรสมาคมนี้ ให้ถือว่าเป็นการอนุญาตให้ไปเฉพาะครั้งเดียว และเฉพาะกรณียะที่อนุญาตเท่านั้น
เมื่อจะขอวีซ่าเดินทางไปต่างประเทศครั้งต่อๆ ไปอีก เฉพาะกรณียะตามข้อ 9(3) (4) (5) หรือ (6) ให้ขออนุญาตต่อเจ้าอาวาสหรือเจ้าคณะผู้บังคับบัญชาโดยใกล้ชิดแล้วแต่กรณี เมื่อเจ้าอาวาสหรือเจ้าคณะผู้บังคับบัญชาโดยใกล้ชิดอนุญาตแล้ว ให้รายงานคณะกรรมการ ศ.ต.ภ. ทราบ
ให้นำความในวรรคสอง มาใช้ในกรณีที่เจ้าคณะใหญ่ หรือประธานกรรมการมหาเถรสมาคมอนุมัติให้วีซ่าด้วย
ข้อ 18 การขอต่ออายุหนังสือเดินทางไปต่างประเทศให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับการขอครั้ง แรก
หมวด 5
การพำนักในต่างประเทศ
ข้อ 19 การพักแรมในระหว่างเดินทางหรือพักชั่วคราวในถิ่นที่ไปถึงของพระภิกษุสามเณร ผู้เดินทางไปต่างประเทศ ให้พักในสถานที่อันสมควรแก่สมณวิสัย หากจำเป็นต้องพักในเคหะที่สมควรของบุคคลให้พักได้ไม่เกิน 15 วัน
ในกรณีที่พระภิกษุสามเณรผู้ไปอยู่ประจำในต่างประเทศ เมื่อจะเดินทางไปพักแรมหรือพักชั่วคราวในถิ่นอื่น ให้ปฏิบัติตามความในวรรคแรก
ข้อ 20 พระภิกษุสามเณรผู้ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศ จะเดินทางไปได้เฉพาะในประเทศที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ถ้าประสงค์จะเดินทางต่อไปยังประเทศอื่นใด จากประเทศที่ได้รับอนุญาตต้องแจ้งเรื่องราวพร้อมทั้งรายละเอียดให้คณะ กรรมการ ศ.ต.ภ. อนุมัติก่อน จึงจะเดินทางต่อไปได้
ข้อ 21 การขอต่ออายุหนังสือเดินทางในต่างประเทศก็ดี การขอเปลี่ยนวัตถุประสงค์ในหนังสือเดินทางเป็นอย่างอื่นในต่างประเทศก็ดี ให้ผู้ขอทำรายงานชี้แจงเหตุผลในการที่จะต้องอยู่ต่อไป หรือที่จะต้องเปลี่ยนวัตถุประสงค์ พร้อมทั้งระบุสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยที่จะขอให้ต่ออายุหรือให้เปลี่ยน วัตถุประสงค์นั้น เสนอคระกรรมการ ศ.ต.ภ. เพื่อพิจารณาล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ก่อนวันครบกำหนดอายุการใช้หนังสือเดินทาง หรือไม่ต่ำกว่า 3 เดือน ก่อนยื่นเรื่องราวขอเปลี่ยนวัตถุประสงค์ในหนังสือเดินทางแล้วแต่กรณี
ในการพิจารณาดังกล่าวในวรรคแรก ให้คณะกรรมการ ศ.ต.ภ. สืบสวนสอบสวนก่อน เมื่ออนุมัติหรือไม่อนุมัติประการใดแล้ว ให้แจ้งผลไปยังผู้ขอ หากอนุมัติก็ให้ส่งสำเนาหนังสืออนุมัตินั้นไปยังสถานทูตไทย หรือสถานกงสุลไทยตามที่ระบุไว้ในคำขอเพื่อรับทราบ
เมื่อผู้ขอได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ ศ.ต.ภ. ให้อยู่ในต่างประเทศต่อไปได้ หรือให้เปลี่ยนวัตถุประสงค์ในหนังสือเดินทางได้แล้ว ให้นำหลักฐานการอนุมัตินั้นไปแสดงพร้อมกับคำร้องขอต่ออายุหนังสือเดินทาง หรือขอเปลี่ยนวัตถุประสงค์ในหนังสือเดินทาง
หมวด 6
คณะกรรมการ ศ.ต.ภ.
ข้อ 22 ให้มีศูนย์ควบคุมการไปต่างประเทสสำหรับพระภิกษุสามเณร เรียกชื่อย่อว่า ศ.ต.ภ. ประกอบด้วยคณะกรรมการคณะหนึ่ง ซึ่งมหาเถรสมาคมแต่งตั้ง มีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 รูป และไม่เกิน 5 รูป
คณะกรรมการ ศ.ต.ภ. สังกัดมหาเถรสมาคม ปฏิบัติหน้าที่คราวละ 4 ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกก็ได้
ข้อ 23 คณะกรรมการ ศ.ต.ภ. มีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบมหาเถรสมาคมนี้ นอกจากนี้ให้มีหน้าที่ควบคุมทะเบียนและสอดส่องความเป็นไปเกี่ยวกับทุกข์สุข หรืออย่างอื่นใดของพระภิกษุสามเณรผู้ไปหรืออยู่ในต่างประเทศ กับให้มีอำนาจกำหนดแบบหนังสือขออนุญาตและแบบพิมพ์ต่างๆ โดยอนุมัติมหาเถรสมาคม
เมื่อมีความจำเป็นในการที่จะต้องรักษาความเรียบร้อยดีงามให้ยิ่งขึ้น มหาเถรสมาคมจะได้ขยายอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ศ.ต.ภ. ให้กว้างขวางออกไปอีกตามความเหมาะสม
ข้อ 24 ให้มีเลขานุการคณะกรรมการ ศ.ต.ภ. ทำหน้าที่การเลขานุการ ซึ่งคระกรรมการ ศ.ต.ภ. จะได้พิจารณาแต่งตั้ง มีจำนวน 1 รูป หรือหลายรูปแล้วแต่จะเห็นสมควร
ให้เลขานุการคณะกรรมการ ศ.ต.ภ. พ้นจากหน้าที่เมื่อคณะกรรมการ ศ.ต.ภ. ผู้แต่งตั้งให้พ้น หรือคณะกรรมการ ศ.ต.ภ. ผู้แต่งตั้งพ้นจากหน้าที่ตามวาระ
หมวด 7
เบ็ดเตล็ด
ข้อ 25 ให้มีพระภิกษุควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรที่ไปปฏิบัติศาสนกิจอยู่ในต่าง ประเทศ ซึ่งพระเถระที่มหาเถรสมาคมแต่งตั้งจะได้พิจารณาแต่งตั้งตามที่เห็นสมควร.
ในประเทศที่มิได้แต่งตั้งพระภิกษุให้มีหน้าที่ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรที่ ไปปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศ ให้พระภิกษุสามเณรที่ไปปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศนั้นๆ แจ้งทุกข์สุข หรือความเป็นไปของตนต่อสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย เพื่อขอให้ส่งเรื่องมายังพระเถระที่มหาเถรสมาคมแต่งตั้ง.
สำหรับพระภิกษุสามเณรที่ไปศึกษาอยู่ในต่างประเทศให้แจ้งทุกข์สุข หรือความเป็นไปของตนต่อสถานทูตไทย หรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้นๆ เพื่อขอให้ส่งเรื่องมายังคณะกรรมการ ศ.ต.ภ.
ข้อ 26 พระภิกษุสามเณรผู้เดินทางไปหรือพักอยู่ในต่างประเทศด้วยกรณีใดก็ตาม ให้ถือว่ายังอยู่ในสังกัดการปกครองของเจ้าอาวาสและเจ้าคณะผู้บังคับบัญชา เหนือตนตามเดิม เช่นเดียวกับเมื่อยังมิได้เดินทางไปต่างประเทศ.
หากพระภิกษุสามเณรที่พักอยู่ในต่างประเทศรูปใดถูกกล่าวโทษหรือต้องอธิกรณ์ ให้พระภิกษุที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ควบคุมในประเทศนั้น ๆ หรือสถานทูตไทย หรือสถานกงสุลไทย สอบสวนแล้วรายงานมายังพระเถรที่มหาเถรสมาคมแต่งตั้ง หรือคณะกรรมการ ศ.ต.ภ.แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณาดำเนินการและแจ้งเจ้าอาวาสวัดที่พระภิกษุสามเณรรูปนั้นสังกัด.
ในประเทศที่ไม่มีพระภิกษุผู้ควบคุมดูแล ให้สถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้นๆ รายงานการถูกกล่าวโทษหรือต้องอธิกรณ์มายังพระเถระที่มหาเถรสมาคมแต่งตั้ง หรือคณะกรรมการ ศ.ต.ภ.แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณาดำเนินการและแจ้งเจ้าอาวาสวัดที่พระภิกษุสามเณรรูปนั้นสังกัด อยู่.
ให้เจ้าอาวาสและเจ้าคณะผู้บังคับบัญชาตามวรรคแรก สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ถ้าเห็นสมควรจะเรียกตัวกลับ ก็ขอให้สถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้นๆ ส่งตัวกลับประเทศไทย เพื่อดำเนินการตามควรแก่กรณี หากพระภิกษุสามเณรรูปนั้นไม่ปฏิบัติตาม ให้รายงานมหาเถรสมาคม หรือคระกรรมการ ศ.ต.ภ. แล้วแต่กรณีพิจารณา.
ข้อ 27 พระภิกษุสามเณรรูปใดฝ่าฝืนระเบียบมหาเถรสมาคมนี้ ให้เจ้าอาวาสเจ้าคณะพิจารณาลงโทษตามสมควรแล้วรายงานเจ้าคณะเหนือตนและมหา เถรสมาคม หรือคณะกรรมการ ศ.ต.ภ.ทราบ.
ประกาศ ณ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537
(สมเด็จพระญาณสังวร)
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม
ประกาศ ณ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537












