วัดสังฆรัตนาราม
| ๑. | นามวัด | name |
| วัดสังฆรัตนาราม | Wat Sangharatanaram |
| ๒. | ที่ตั้งวัด | address |
| 137 Beaudesert – Nerang Rd. Nerang, QLD 4211 Tel. / Fax. (07) 5502 0464 | ||
| ๓. | นามผู้สนับสนุน | sponsor |
| มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย วัดพุทธรังษี แอนนันเดล | ||
| ๔. | ที่ดินของวัดในปัจจุบัน | current land |
| มีพื้นที่รวมทั้งหมดประมาณ ๕ ไร่ | ||
| ๕. | นามเจ้าอาวาสในปัจจุบัน | current abbot |
| พระละม้าย อภิสโม | ||
| ๖. | ประวัติและความเป็นมา | background |
|
ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๔๐ เป็นต้นมา คณะศรัทธาญาติโยม อุบาสก อุบาสิกา ชุมชนชาวไทย ที่อาศัยอยู่เมืองโกลด์โคสท์ และบริเวณเมืองใกล้เคียง รัฐควีนส์แลนด์ ได้นิมนต์พระสงฆ์จากนครซิดนีย์ อาทิ เช่น พระเทพญาณกวี (บุญเรือง ปุญญโชโต)(ปัจจุบันคือ พระธรรมเจติยาจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน) พระวิบูลสีลาภรณ์ (สมัย สุขสมิทฺโท) (ปัจจุบันคือ พระราชสีลาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธรังษี ประเทศออสเตรเลีย) และพระครูปลัดอรรถจริยานุกิจ (ศุภชัย ติกฺขวีโร)(ปัจจุบันคือ พระปรีชาญาณวิเทศ เจ้าอาวาสวัดธัมมธโร ประเทศออสเตรเลีย)เพื่อไปเยี่ยมเยือน และเพื่อประกอบศาสนพิธีต่างๆ ต่อมาจึงมีความดำรินิมนต์พระสงฆ์ เพื่อให้อยู่จำพรรษา และประสงค์จะตั้ง/สร้างวัดไทย ณ เมืองโกลด์โคสท์ เนื่องจากชุมชนชาวไทยได้ขยายเติบโตมากขึ้น และต้องการมีวัดไทย เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางด้านจิตใจ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๗ จึงกราบนิมนต์พระเถรานุเถระทั้งหลายโดยมี พระวิบูลสีลาภรณ์ (สมัย สุขสมิทฺโท) และพระครูปลัดอรรถจริยานุกิจ (ศุภชัย ติกฺขวีโร) พร้อมทั้งคณะส่วนหนึ่งได้เดินทางไปเยี่ยมเยือนตรวจดูสถานที่ ความเหมาะสม บุคลากร และชุมชนชาวไทย ในเมืองโกลด์โคสท์ ต่อมาได้มีการประชุมปรึกษาหารือกันระหว่างคณะสงฆ์ และฆราวาสญาติโยมทั้งหลาย ซึ่งได้ข้อตกลงกัน มีมติเป็นเอกฉันท์ ในเรื่องการตั้งวัดไทยที่เมืองโกลด์โคสท์นี้ ให้วัดพุทธรังษี แอนนันเดล นครซิดนีย์ เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบทั้ง หมด วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๔๘ เป็นวันแรกที่คณะสงฆ์ มีพระวิบูลสีลาภรณ์ และพระครู ปลัดอรรถจริยานุกิจ พร้อมพระสงฆ์จากนครซิดนีย์ จากเมืองแคนเบอร์รา และจากนครเมลเบิร์น เป็นต้น ได้ร่วมกันทำบุญเป็นสักขีพยานในการเปิดวัด โดยได้เช่าบ้านหลังหนึ่งทำเป็นวัดชั่วคราว พร้อมทั้งได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน ๓ รูป เพื่ออยู่จำพรรษา โดยมีพระละม้าย อภิสโม เป็นหัวหน้าพระสงฆ์ สำหรับการเช่าบ้านนั้น ได้จ่ายค่าเช่าบ้านเป็นรายสัปดาห์ๆ ละ ๔๐๐.๐๐ ดอลลาร์ออสเตรเลีย หนึ่งเดือนจะจ่ายค่าเช่าบ้านประมาณ ๑,๒๐๐.๐๐ ดอลลาร์ออสเตรเลีย ต่อมา เมื่อเช่าบ้านได้ประมาณ ๒ เดือน คณะสงฆ์และฆราวาสญาติโยมทั้งหลาย จึงมีการประชุมปรึกษาหารือกันใหม่ มีข้อสรุปว่า เมื่อพิจารณาระหว่างการจ่ายค่าเช่าบ้าน และการซื้อบ้านหลังใหม่ ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ก็ตกเกือบจะประมาณเท่าๆ กัน ซึ่งทุกฝ่ายคือพระสงฆ์ และฆราวาส ได้ลงมติมีความคิดเห็นเป็นอันเดียวกันว่า ควรจะแสวงหาสถานที่ซื้อบ้านหลังใหม่ ตั้งเป็นวัดในโอกาสต่อไป วัดใหม่/ซื้อบ้านอาคารหลังแรก เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๔๘ วัดพุทธรังษี แอนนันเดล จึงได้ตัดสินใจซื้อบ้านพร้อมที่ดินแห่งใหม่ มีบริเวณพื้นที่ ๔,๑๙๕ ตารางเมตร (ประมาณ ๒.๕ ไร่) ด้านหน้าของวัด มีขนาดความกว้าง ๙๐ เมตร ด้านข้างซ้ายมีขนาดความกว้าง ๘๒.๕๐ เมตร ด้านหลังมีขนาดความยาว ๖๕ เมตร ด้านขวามีขนาดความยาว ๙๐ เมตร ในพื้นที่ของบ้านหลังนั้น มีต้นไม้ร่มรื่น อยู่ในเขตพื้นที่ไม่ห่างไกลจากชุมชนไทยมากนัก บ้านหลังนี้ซื้อได้ในราคา ๕๕๐,๐๐๐.๐๐ ดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยมีคุณเอกสิทธิ์ (นิค) พัฒนศรีติดต่อประสานงานฝ่ายทนายความ และรับเป็นผู้ค้ำประกันกู้เงินธนาคาร ซึ่งมีพระครูปลัดอภิชัย อภิปุญโญ (ปัจจุบันคือ พระครูวิเทศธรรมานุศาสน์ เจ้าอาวาสวัดพุทธรังษี แอนนันเดล ประเทศออสเตรเลีย) เป็นผู้เซ็นสัญญา พระละม้าย อภิสโม และพระมหาวิรัตน์ สุเมธิโก ร่วมเป็นสักขีพยาน สำหรับบ้านหลังนี้ ทางวัดจะต้องใช้หนี้จ่ายเงินคืนให้กับธนาคาร เป็นระยะเวลาประมาณ ๓๐ ปี ซึ่งทางวัดจะต้องจ่ายเงินทดแทนคืนให้กับธนาคารเป็นรายสัปดาห์ ๆ ละ ๘๐๐.๐๐ ดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยเฉลี่ยค่าใช้จ่ายประมาณ๓,๒๐๐.๐๐เหรียญออสเตรเลียต่อ เดือน ต่อมา วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ ได้ทำการย้าย จากบ้านเช่าหลังเก่าเข้ามาอยู่ในสถานที่ตั้งวัดแห่งใหม่ พร้อมกับประกอบบุญพิธีรับมอบบ้านหลังดังกล่าวโดยในวันนั้นมีแขกผู้มีเกียรติหลายท่าน ร่วมเป็นสักขีพยาน อาทิ เช่น พระโสภณธรรมาภรณ์ วัดธัมมธโร กรุงแคนเบอร์รา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ คุณสุจิตรา หิรัญพฤกษ์ เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงแคนเบอร์ราคุณบิล วิลเลียมเจมส์ดันน์กงสุลกิตติมศักดิ์ ประจำนครบริสเบน เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ได้ให้เกียรติมาร่วมงานบุญพิธี ในวันทำบุญเปิดวัดใหม่ดังที่กล่าวมาแล้วนั้น ด้วย หลังจากนั้น ก็มีข่าวดีตามมาอีก คือมีบ้านเพื่อนบ้านอยู่รั้วติดกันกับวัด ต้องการย้ายบ้านไปอยู่สถานที่อื่น จึงได้เสนอขายบ้านพร้อมที่ดินให้กับทางวัด ทางวัดจึงได้ระดมความคิดหารือกัน หาข้อมูลเพิ่มเติมกันจากหลายๆ ฝ่าย ในเวลาต่อมา คณะสงฆ์และฆราวาสญาติโยม ก็ได้ประชุมตกลงกัน ตัดสินใจซื้อบ้านหลังที่สองอีกแห่งหนึ่ง วัดใหม่/ซื้ออาคารหลังที่สอง ดัง นั้น เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๔๙ วัดพุทธรังษี แอนนันเดล จึงได้ทำสัญญาซื้อบ้านพร้อมที่ดินแห่งที่สอง สำหรับบ้านหลังที่สองนี้ มีพื้นที่ ๒,๓๐๙.๕ ตารางเมตร (ประมาณ ๑.๕ ไร่) ทำการซื้อได้ในราคา ๕๗๐,๐๐๐.๐๐ ดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยมีคุณวัฒน์ คุณสุทธินันท์ (ซุซาน) สกุลวิมุต สองสามีภรรยา เป็นผู้ติดต่อประสานงานกับทนายความ และทำการกู้ยืมเงินทุนช่วยเหลือวัด ซึ่งพระครูปลัดอภิชัยอภิปุญฺโญ เป็นผู้เซ็นสัญญา พระละม้าย อภิสโม พระมหาวิรัตน์ สุเมธิโก ร่วมเป็นสักขีพยาน สำหรับบ้านหลังที่สองนี้ ทางวัดจะต้องจ่ายเงินทดแทนคืนให้กับธนาคารเป็นระยะเวลา ๓๐ ปี โดยจะต้องชำระคืนให้กับธนาคารเป็นรายสัปดาห์ๆ ละ ๙๐๐.๐๐ ดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยเฉลี่ยแล้วจะต้องจ่ายเงินคืนให้กับธนาคาร เดือนละประมาณ ๓,๖๐๐.๐๐ ดอลลาร์ออสเตรเลีย สำหรับบ้านหลังที่สองนี้ ความจริงได้ถูกขายให้กับคนอื่นเรียบร้อยแล้ว แต่เนื่องจากว่าผู้ซื้อได้ทำสัญญาเอกสารไม่ผ่านทางด้านกฎหมายจึงเป็นโอกาสดี สำหรับทางวัด เพราะว่าวัดมีโครงการขยายพื้นที่ให้กว้างขวางเพิ่มมาก ขึ้น เหตุผลอีกประการหนึ่งที่ทางวัดตัดสินใจซื้อบ้านหลังที่สอง เพราะว่ามีข้อดีทางกฎหมาย (ถ้าหากสถานที่แห่งนั้นถูกซื้อเปลี่ยนไปเป็นบ้านพักคนชราหรือโรงเรียน เงื่อนไขที่ทางวัดซื้อบ้านจะจัดตั้งเป็นวัดก็จะต้องเปลี่ยนไป เป็นต้น ) อีกทั้งยังป้องกันเพื่อนบ้านร้องเรียน ต่อทางรัฐบาลท้องถิ่น เวลาที่ญาติโยมมาเยี่ยมวัด หรือมาทำบุญที่วัด บางทีมีการพูดคุยส่งเสียงดังมาก จึงเป็นวิธีการป้องกันโดยทางอ้อม อีกประการหนึ่งด้วย โครงการ /แผนการดำเนินงานของวัดในอนาคต
สถานภาพ เหตุการณ์ปัจจุบันของวัด ในปัจจุบัน วัดสังฆรัตนาราม ได้รับการต้อนรับ ความสนใจ และสนับสนุนจากพุทธศาสนิกชน ผู้มีจิตศรัทธา ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ วัดสังฆรัตนารามแห่งนี้ได้กลายเป็นศูนย์รวมทางด้านจิตใจ นอกจากนี้ พระสงฆ์ยังถือว่าเป็นผู้มีบทบาท อีกทั้งยังเป็นผู้นำทางด้านจิตวิญญาณที่ดีของชาวพุทธ กิจวัตรประจำวัน คือการทำวัตรเช้า-เย็น ฉันภัตตาหารภายในบาตร และฝึกอบรมกรรมฐาน นั่งสมาธิภาวนา... |
||












