วัดสัมมาปฏิปทาราม
| ๑. | นามวัด | name |
| วัดสัมมาปฏิปทาราม | Sammapatipadarama Monastery |
| ๒. | ที่ตั้งวัด | address |
| 10 Norfolk Street, Tamatea, Napier 4112, New Zealand Ph: 0064-6844-5284 | ||
| ๓. | นามผู้สนับสนุน | sponsor |
| วัดพระรามเก้ากาญจนาภิเษก, Sammapatipadarama International Buddhist Foundation | ||
| ๔. | ที่ดินของวัดในปัจจุบัน | current land |
| บ้าน ๑ หลัง พื้นที่ของวัด ๕๕๙ ตารางเมตร | ||
| ๕. | นามเจ้าอาวาสในปัจจุบัน | current abbot |
| พระเชาวน์พิทย์ สุธี โร | ||
| ๖. | ประวัติและความเป็นมา | background |
|
ชุมชนพุทธบริษัท ที่อาศัยอยู่ในเขต Hawkes Bay โดยความช่วยเหลือของพุทธบริษัทชาวไทยในเมือง Auckland และ Wellington ได้รับความเมตตาจาก ท่านพระมหาสหชาติ สหชาโต พระธรรมทูต ซึ่งได้ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว มาอยู่จำพรรษา ณ ที่พำนักสงฆ์ชั่วคราว ในเมืองเนเปียร์ ในพรรษากาล ประจำปี ๒๕๔๗ หรือ ค.ศ. ๒๐๐๔ ทำให้พุทธบริษัท ทั้งชาวไทย ชาวลาว และนิวซีแลนด์ ได้มีโอกาส ไปไหว้พระ สวดมนต์ ฟังธรรม และบำเพ็ญกุศล เนื่องในวันสำคัญทางศาสนา ตลอดช่วงเทศกาลเข้าพรรษาในปีนั้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น ที่ทำให้พุทธบริษัท ในเขต Hawkes Bay ได้มารวมตัวกันอย่างเป็นกิจลักษณะ หลังจากเทศกาลออกพรรษาได้ผ่านพ้น ไปแล้ว ท่านพระมหาสหชาติ ก็ได้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ของท่าน ณ วัดญาณประทีป เมือง Auckland ชุมชนพุทธบริษัทชาว Hawkes Bay ก็ได้ว่างเว้นจากการมีสำนักสงฆ์ และพระสงฆ์อยู่ชั่วคราว หลวงพ่อสุธีโร ซึ่งในขณะนั้นยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ณ วัดญาณประทีป ได้รับทราบว่าญาติโยมชาว Hawkes Bay ประสงค์ที่จะให้มีวัดเกิดขึ้นในเขตนี้ ก็ได้ไปเยี่ยมชุมชนของเรา เพื่อที่จะดูว่าพวกเรายังมีความตั้งใจจริงในเรื่องของการสร้างวัดหรือไม่ สมาชิกของชุมชนได้มาร่วมประชุมกันที่บ้านของครอบครัว สามนตรี และมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า เราอยากจะลองสร้างวัดดู เราอาจจะเริ่มเป็นช่วงสั้นๆ ก่อน เพื่อดูว่าชุมชนเราพร้อมจริงๆหรือไม่ หลังจากที่หลวงพ่อสุธีโร ท่านได้กลับไปแล้วชุมชนจึงพร้อมใจกันทำหนังสือนิมนต์ไปยังหลวงพ่อสุธีโร เพื่อให้ท่านไปพำนักอยู่จำพรรษา และช่วยชุมชนในการสร้างวัดขึ้นในเขต Hawkes Bay แห่งนี้ ด้วยความเมตตาจากหลวงพ่อสุธีโร และ พระมหาถาวร เขมปญฺโญ ความช่วยเหลือจากชุมชนชาวไทยในเมือง Wellington และ Auckland และ ความร่วมมือร่วมใจกันของพุทธบริษัทในเขต Hawkes Bay ชุมชนของเราจึงได้เริ่มก่อตั้งวัดสัมมาปฏิปทาราม ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนเกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ ๙ เดือน กรกฏาคม ๒๕๔๙ หรือ ค.ศ ๒๐๐๖ เป็นต้นมา โดยได้รับความเห็นชอบด้วยดีจากคณะสงฆ์ธรรมยุตในประเทศออสเตรเลียและ นิวซีแลนด์ โดยพระกวีวรญาณ รองประธานฯได้เมตตาสนับสนุนให้หลวงพ่อสุธีโร ได้มีอิสระในการพิจารณาขอพระธรรมทูตมาช่วยงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาในเขต Hawkes Bay เมื่อแรกเริ่ม วัดของเรายังไม่ได้มีชื่ออย่างเป็นทางการ หลวงพ่อสุธีโร ผู้ซึ่งถือหลักการปฏิบัติแบบ “สัมมา ปฏิบัติ” จึงได้นำเสนอชื่อผ่านทางพระเถรานุเถระ ด้วยความเมตตาจากพระธรรมบัณฑิต (หรือ พระเทพญาณวิศิษฐ์ ในขณะนั้น) เจ้าอาวาสวัดพระรามเก้ากาญจนาภิเษก กรุงเทพมหานคร วัด จึงได้มีชื่อว่า วัดสัมมาปฏิปทาราม หรือ Sammapatipadarama Monastery วัตถุประสงค์หลัก และแนวทางการปฏิบัติของวัดสัมมาปฏิปทาราม ก็เพื่อที่จะส่งเสริมการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง (Right Practice) ตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา ตั้งแต่เริ่มมีวัดเกิดขึ้นในเดือน กรกฏาคม ๒๕๔๙ หรือ ค.ศ ๒๐๐๖ มีพุทธบริษัทชาวไทย ชาวลาวและชาวต่างชาติเข้ามาที่วัดมากมาย นอกจากการสอนหลักธรรม และแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้องแล้ว ที่วัดสัมมาปฏิปทาราม ยังได้ช่วยส่งเสริมเรื่องการเรียนการสอนภาษาไทย โดยที่คณะสงฆ์ได้เมตตาช่วยสอนหนังสือไทยให้กับชาวต่างชาติ และลูกหลานชาวไทย ชาวลาวที่เกิดและเติบโตในต่างประเทศ ให้มีความรู้เกี่ยวกับภาษาไทยมากขึ้น นอกจากกิจกรรมภายในวัดแล้ว คณะสงฆ์ ซึ่งนำโดยหลวงพ่อสุธีโร ก็ให้การสนับสนุนกิจกรรมของหน่วยงานต่างๆ ของประเทศนิวซีแลนด์ อาทิเช่น โรงเรียนมัธยม สถาบันการศึกษา Eastern Institute of Technology และเรือนจำที่เมือง Hastings โดยเน้นเกี่ยวกับการอบรมจิตใจ และส่งเสริมการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง ตลอดจนการรับนิมนต์ไปอบรมสั่งสอนธรรมปฏิบัติในเมืองต่างๆ ในประเทศนิวซีแลนด์ ทั้งภาษาไทย ภาษาลาว และภาษาอังกฤษ รวมทั้งเดินทางไปอบรมสมาธิให้แก่ชาวต่างชาติในต่างประเทศด้วย วัดสัมมาปฏิปทาราม นอกจากจะเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนพุทธบริษัทในเขต Hawkes Bay แล้ว ยังเป็นศูนย์รวมที่ชุมชนมาร่วมกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมศิลปะ วัฒนธรรม หรือศูนย์กลางสำหรับการจัดเตรียมงานของชุมชน และเป็นศูนย์กลางการประสานงานของทางราชการด้วย พิธีเปิดวัดอย่างเป็นทางการ ในวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ หรือ ค.ศ ๒๐๐๗ เป็นวันที่วัดสัมมาปฏิปทาราม ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ด้วยความเมตตาจากพระเดชพระคุณ ดังรายนามต่อไปนี้
คณะสงฆ์จากวัดต่างๆ ในประเทศนิวซีแลนด์ ก็ได้เมตตามาร่วมงานเพื่อเป็นสักขีพยานและเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่วัดสัมมา ปฏิปทาราม ในพิธีอันสำคัญยิ่งในครั้งนี้ด้วย ในส่วนของประธานฝ่ายฆราวาส ฯพณฯ นายนรชิต สิงหเสนี เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเวลลิงตัน ณ ขณะนั้น ได้ให้เกียรติ เป็นผู้แทนของประเทศไทย ร่วมกับภริยาคุณนฤมล สิงหเสนี มาร่วมพิธีวันเปิดวัด Mr Rob Lutter, Napier Councillor เป็นผู้แทนของนายกเทศมนตรี เมืองเนเปียร์เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้ ร่วมกับประธานสมาคมชาวไทย ประธานสมาคมชาวลาว และตัวแทนชาวศรีลังกาด้วย นอกจากจะมีพุทธบริษัทชาวไทย ชาวลาว ชาวศรีลังกา ชาวจีน ชาวกัมพูชา และชาวนิวซีแลนด์มาร่วมงานกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งแล้ว ชุมชนชาวพื้นเมือง หรือชาวเมารี ก็มีส่วนร่วม และเป็นสักขีพยานในพิธีเปิดวัดสัมมาปฏิปทาราม ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน พิธิเปิดวัดเป็นที่สนใจของชุมชนในท้องถิ่น ซึ่งทางสื่อมวลชนก็ได้มีการนำเสนอข่าวของพิธีการและการเฉลิมฉลองในครั้งนี้ ด้วย การจดทะเบียนทรัสต์ หรือมูลนิธิพุทธบริษัทนานาชาติวัดสัมมาปฏิปทาราม เมื่อแรกเริ่มมีวัด การบริหารจัดการเกี่ยวกับวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอสังหาริมทรัพย์ และการเงินนั้น ยังไม่มีรูปที่ชัดเจน คณะสงฆ์และชุมชนจึงมีการประชุม เพื่อหารือและวางแผนร่วมกัน มีข้อ เสนอให้จดทะเบียนหน่วยงานเพื่อมาดูแลและบริหารวัด เพื่อแบ่งเบาภาระและหน้าที่รับผิดชอบจากคณะสงฆ์ สมาชิกของชุมชนจึงเริ่มศึกษาหาข้อมูลจากวัดต่างๆ ทั้งในประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศออสเตรเลีย และประเทศอังกฤษ ที่มีการจดทะเบียนมาก่อน เพื่อเป็นกรณีศึกษา รวมทั้งพระมหาเถระซึ่งเป็น เจ้าอาวาสวัดในประเทศอังกฤษ พระอาจารย์มุนินโท ได้เมตตามาเยือนวัด ได้ร่วมประชุม และให้คำแนะนำอันทรงคุณค่าอย่างยิ่งอีกด้วย หลังจากที่ได้ข้อสรุปที่แน่นอนแล้ว การจดทะเบียนหน่วยงานจึงเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้น มีกฏระเบียบที่ชัดเจน และมีคณะกรรมการ ซึ่งเป็นสมาชิกของชุมชน อาสาเข้ามาบริหารงาน ซึ่งคณะกรรมการเหล่านี้ เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ได้ผ่านการเห็นชอบจากชุมชน และแต่งตั้งโดยประธานสงฆ์ ของวัดสัมมาปฏิปทาราม มูลนิธิพุทธบริษัทนานาชาติ วัดสัมมาปฏิปทาราม หรือ Sammapatipadarama International Buddhist Foundation ได้รับการขึ้นทะเบียน อย่างเป็นทางการจาก Charities Commission ใน วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๐ หรือ ค.ศ ๒๐๐๗ และได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ใน ทรัพย์สิน และหนี้สินของวัดมาอยู่ภายใต้ชื่อของ มูลนิธิพุทธบริษัทนานาชาติ วัดสัมมาปฏิปทาราม หรือ Sammapatipadarama International Buddhist Foundation อย่างเป็นทางการ เงินทุนในการบริหารจัดการวัดนั้น มาจากการบริจาคของชุมชน พุทธบริษัทจากหลายๆ เมืองในนิวซีแลนด์ และประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ เงินทุนสนับสนุนกิจกรรมในการส่งเสริมวัฒนธรรมจากหน่วย งานของรัฐบาลท้องถิ่น และเงินสนับสนุนจากสถานทูตไทยในกรณีเกี่ยวกับการเรียนการสอนภาษาไทย งานบุญกฐินประจำปีของวัดสัมมาปฏิปทาราม หลังจากที่มีพิธีเปิดวัดสัมมาปฏิปทารามในวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ หรือ ค.ศ ๒๐๐๗ ที่ผ่านมา ในปลายปีเดียวกันนั้นพระเถรานุเถระจากประเทศไทย ร่วมกับพุทธบริษัททั้งในประเทศไทยและนิวซีแลนด์ ได้เมตตานำกฐินมาทอดถวายให้กับ สัมมาปฏิปทาราม เป็นครั้งแรก ในวันอาทิตย์ที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๐ หรือ ค.ศ ๒๐๐๗ พระเถรานุเถระจากประเทศไทย ที่เมตตานำกฐินมาทอดถวาย มีรายนามต่อไปนี้
คุณบุญศรี พานะจิตต์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นประธานฝ่ายฆราวาสจากประเทศไทย ในส่วนของประธานฝ่ายฆราวาสจากประเทศนิวซีแลนด์นั้น ฯพณฯ นายอุ้ม เมาลานนท์ เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเวลลิงตัน ได้ให้เกียรติเป็นผู้แทน ร่วมกับภริยาคุณวิภารณี เมาลานนท์ ในปี ๒๕๕๑ หรือ ค.ศ ๒๐๐๘ คุณนภดล ไกรฤกษ์ ได้กรุณาเป็นประธานจาก ประเทศไทยในการนำกฐินมาทอดถวาย ในวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ โดยมีอัครราชทูตที่ปรึกษา เรือโทโกเมศ กมลนาวิน และภริยา คุณชนิดา กมลนาวิน ผู้แทนจากสถานทูตไทย เป็นประธานฝ่ายฆราวาสจากประเทศนิวซีแลนด์ พระเดชพระคุณพระกวีวรญาณ จากวัดญาณประทีปได้เมตตา แสดงพระธรรมเทศนา เพื่อฉลองศรัทธาสาธุชนในวันนั้นด้วยเช่นกัน สำหรับงานบุญกฐินในปี ๒๕๕๒ หรือ ค.ศ ๒๐๐๙ นั้น ครอบครัว ทิพย์สุนทรพงษ์ ร่วมกับ ดร.กัญชร จันทร์สว่าง ประธาน กรรมการบริษัทจันทร์สว่าง จำกัด ได้กรุณานำกฐินจาก ประเทศไทยมาทอดถวาย ร่วมกับพุทธบริษัทจากประเทศนิวซีแลนด์ โดยมีอุปทูต คุณนนทวัฒน์ จันทร์ตรี เป็นผู้แทนจากสถานทูตไทย และเป็นประธานฝ่ายฆราวาสจากประเทศนิวซีแลนด์ งานบุญกฐินนี้ได้จัดให้มีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา การเรียน การสอน และการสอบธรรมศึกษา ณ วัดสัมมาปฏิปทาราม หลวงพ่อสุธีโร ได้ริเริ่มโครงการ การเรียนการสอนเกี่ยวกับธรรมศึกษาตั้งแต่แรกเริ่มมีการก่อตั้งวัด และในเดือนมกราคม ๒๕๕๑ หรือ ค.ศ ๒๐๐๘ (ปีการศึกษา ๒๕๕๐) ก็ได้มีการสอบธรรมศึกษาขึ้นเป็นครั้งแรก ในปีแรกนั้น มีจำนวนนักเรียนที่เข้าสอบทั้งสิ้น ๙ ท่าน ผ่านการสอบและได้รับประกาศนียบัตรธรรมศึกษาชั้นตรี ในปีที่สอง หรือในปีการศึกษา ๒๕๕๑ มีนักเรียนที่ลงชื่อเพื่อเข้าสอบ ผ่านการสอบและได้รับประกาศนียบัตร ธรรมศึกษาชั้นตรี จำนวน ๗ ท่าน และ ธรรมศึกษาโท จำนวน ๔ ท่าน การสอบได้จัดให้มีขึ้นในเดือนมกราคม ๒๕๕๒ซึ่งมีการสอบทั้งภาคภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ในปีการศึกษา ๒๕๕๒ จะมีการสอบขึ้นในวันที่ ๓๐-๓๑ มกราคม ๒๕๕๓ หรือ ค.ศ ๒๐๑๐ โดยมีนักเรียนที่ลงชื่อเพื่อเข้าสอบ ทั้งภาคภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ดังต่อไปนี้
กิจกรรมเพื่อการส่งเสริมพระพุทธศาสนา และวัฒนธรรมไทย นอกจากกิจกรรมในวันสำคัญต่างๆ ทางพระพุทธศาสนาแล้ว วัดสัมมาปฏิปทาราม ได้มีบทบาทสำคัญในการจัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมไทย การส่งเสริมสัมพันธไมตรี ระหว่างประเทศไทย และประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อเป็นการเสริมสร้าง การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขของประชาชนของทั้งสองประเทศ งานวันแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ไทย และนิวซีแลนด์ หรือ Thailand-New Zealand (Aotearoa) Cultural Exchange ได้จัดขึ้นในวันที่ ๒๖-๒๗ เมษายน ๒๕๕๒ และเป็นการร่วมมือกันทำงานของหน่วยงานดังต่อไปนี้
การร่วมมือริเริ่มกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของความเข้าใจอันดีของชุมชนผู้มาเยือน และชุมชนที่เป็นเจ้าของแผ่นดิน ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นที่ยอมรับของหน่วยงานระดับประเทศ ทาง Mr. Joris de Bres, Race Relations Commissioner จาก Human Rights Commission ซึ่งเป็นหน่วยงานเพื่อส่งเสริมการอยู่ ร่วมกันของชุมชน ได้เห็นความสำคัญและมอบใบประกาศนียบัตร เพื่อขอบคุณ และชื่นชมทุกหน่วยงานที่มีส่วนร่วมในการจัดงานนี้ขึ้นมาซึ่งมีทั้ง ตัวแทนจากชุมชนไทยในโอ๊คแลนด์ และเวลลิงตัน มาร่วมงานด้วย คณะสงฆ์ที่อยู่จำพรรษา ณ วัดสัมมาปฏิปทาราม ปี ๒๕๔๙ หรือ ค.ศ ๒๐๐๖
หมายเหตุ - ท่านคเวสโก ภิกขุ (พระ อาคันตุกะ) ได้เมตตามาอยู่ช่วยในช่วงเริ่มต้นก่อตั้งวัด ในปี ๒๐๐๖ แต่ไม่ได้จำพรรษา ณ วัดสัมมาปฏิปทาราม ปี ๒๕๕๐ หรือ ค.ศ ๒๐๐๗
ประโยชน์ที่พุทธบริษัท และชุมชนได้รับจากการมีวัดสัมมาปฏิปทาราม
แผนงานในอนาคต และข้อเสนอแนะ จากวัดสัมมาปฏิปทาราม ชุมชนวัดสัมมาปฏิปทาราม เห็นความสำคัญของการมีวัดและคณะสงฆ์ที่เป็นหลักใจ ให้กับชุมชน และคาดหวังว่าจะมีสถานที่ ที่เหมาะสม สำหรับจัดตั้งวัด เพื่อให้เป็น ศูนย์กลางแห่งการปฏิบัติธรรม และเป็นศูนย์รวมที่ชุมชนสามารถมาใช้เป็นสถานที่เพื่อประกอบกิจกรรมในการส่ง เสริม และทำนุบำรุงพระศาสนา ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรม ได้อย่างครบถ้วน มีปัจจัยหลายๆ ปัจจัยที่ยังไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาวัด ให้เป็นศูนย์กลางแห่งการปฏิบัติธรรมและศูนย์กลางของการประกอบกิจกรรมของ ชุมชน ได้อย่างแท้จริง ดังรายละเอียดต่อไปนี้
|
||












